วิธีการดรอป เมื่อตีลูกกอล์ฟตกน้ำ
การตีลูกกอล์ฟตกน้ำ (พื้นที่ปรับโทษ หรือ Penalty Area) จะถูกควบคุมโดย กฎกอล์ฟข้อที่ 17 โดยคุณจะได้รับ โทษปรับ 1 สโตรค (1 แต้ม)
วิธีการดรอปและการหาจุดผ่อนปรนจะแบ่งตาม สีของหลักหรือเส้น ที่กำหนดเขตน้ำ ดังนี้
1. เขตน้ำหลักสีแดง (Lateral Penalty Area)
หากลูกกอล์ฟข้ามเส้นสีแดงลงน้ำ คุณมีทางเลือกดรอปนอกเขตได้ 3 วิธี (เสียแต้มปรับ 1 สโตรค):
ดรอปด้านข้าง (Lateral Relief): หาจุดที่ลูกกอล์ฟวิ่งตัดข้ามเส้นขอบเขตน้ำเป็นจุดอ้างอิง จากนั้นวัดระยะออกห่างไม่เกิน 2 ช่วงไม้กอล์ฟ โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าเดิม แล้วทำการดรอป
ดรอปแนวหลังเส้นตรง (Back-on-the-Line Relief): หาจุดตัดที่ลูกกอล์ฟวิ่งตัดข้ามเส้นเขตปรับโทษ แล้วเล็งกับหลุม ลากเส้นผ่านจุดที่ลูกตัดขอบน้ำ แล้วถอยหลังตามแนวเส้นตรงนั้นไปไกลเท่าใดก็ได้ตามใจชอบ จากนั้นเลือกจุดหนึ่งแล้วดร็อปโดยมีระยะผ่อนปรนรอบจุดนั้น 1 ช่วงไม้กอล์ฟ
กลับไปตีที่เดิม (Stroke-and-Distance): กลับไปตี ณ จุดเดิมที่คุณเพิ่งตีลูกมาตกน้ำ
2. เขตน้ำหลักสีเหลือง (Yellow Penalty Area)
หากเป็นเส้นสีเหลือง เหลือทางเลือก 2 วิธี (เสียแต้มปรับ 1 สโตรค)
ดรอปแนวหลังเส้นตรง (Back-on-the-Line Relief): เดินถอยหลังยึดแนวเส้นตรงระหว่าง หลุม-จุดตัดขอบน้ำ ถอยไกลเท่าไหร่ก็ได้แล้วดรอป
กลับไปตีที่เดิม (Stroke-and-Distance): ย้อนกลับไปตีจากตำแหน่งล่าสุดก่อนที่ลูกจะตกน้ำ
เกร็ดน่ารู้ : หากลูกกอล์ฟตกน้ำ แต่คุณเห็นว่าลูกจมไม่ลึกและสามารถตีได้ กฎกอล์ฟอนุญาตให้คุณลงไปหวดลูกในน้ำต่อได้ทันที โดยไม่มีโทษปรับ และสามารถจรดไม้หรือทำหน้าไม้สัมผัสโดนพื้นน้ำ/พื้นดินในเขตโทษก่อนสวิงได้แล้ว
พื้นที่ดรอปโซน (Dropping Zone) เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากกรรมการจัดไว้ให้ในการแข่งขัน เมื่อตกน้ำ นักกอล์ฟสามารถเลือกมาดรอปลูกในพื้นที่ดรอปโซนได้ โดนเสียแต้มปรับ 1 แต้ม


คลิกเข้าชม รวมกฎกติกากอล์ฟกับโปรแจ๊ค
